
เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ผิวและโครงสร้างใบหน้าจะค่อยๆ เปลี่ยนแปลง ทั้งผิวที่เริ่มหย่อนคล้อย แก้มที่เริ่มตก กรอบหน้าที่ไม่ชัดเจน หรือเนื้อเยื่อบริเวณแนวกรามที่เปลี่ยนตำแหน่ง ปัญหาเหล่านี้ทำให้หลายคนมองหาวิธีดูแลใบหน้าโดยเป็นทางเลือกที่หลีกเลี่ยงการผ่าตัดค่ะ
การ ร้อยไหม เป็นหัตถการที่ช่วยพยุงเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อยได้ จึงเหมาะกับปัญหาหลักอย่างแก้มหย่อน กรอบหน้าไม่ชัด และภาวะเนื้อบริเวณแนวกรามหย่อนคล้อย (Jowls) ในระดับที่เหมาะสมค่ะ
แต่การ ร้อยไหม ไม่ได้ตอบโจทย์การดูแลปัญหาได้ทุกประเภทนะคะ เช่น ไขมันบนใบหน้าปริมาณมาก หลุมสิว ฝ้า กระ หรือริ้วรอยบางชนิด ดังนั้นก่อนตัดสินใจ ควรรู้ก่อนว่า หัตถการนี้ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง และปัญหาแบบไหนควรใช้วิธีอื่นค่ะ
ร้อยไหมคืออะไร
1. ผิวหย่อนคล้อย
การใช้เส้นไหมช่วยพยุงเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อยได้ โดยเหมาะกับความหย่อนคล้อยในระดับที่ไม่มากจนเกินไปค่ะ
บริเวณที่นิยมประเมินเพื่อทำหัตถการ ได้แก่
- แก้ม
- แนวกรอบหน้า
- แนวขากรรไกร
- บริเวณใบหน้าที่มีความหย่อนคล้อย
หากมีความหย่อนคล้อยมาก การใช้เส้นไหมเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถให้การพยุงในระดับที่ต้องการได้ และแพทย์อาจแนะนำวิธีอื่นที่เหมาะกับระดับความหย่อนคล้อยมากกว่าค่ะ
2. กรอบหน้าไม่ชัดจากความหย่อนคล้อย
เมื่อเนื้อเยื่อบริเวณแก้มและแนวกรามเคลื่อนตัวลง กรอบหน้าอาจดูไม่ชัดเหมือนเดิม หัตถการนี้จะช่วยพยุงเนื้อเยื่อบริเวณดังกล่าว ทำให้แนวกรอบหน้าแลดูชัดขึ้นได้ ในกรณีที่สาเหตุหลักมาจากความหย่อนคล้อยค่ะ
อย่างไรก็ตาม หัตถการนี้ไม่ได้ทำให้หน้าแลดูเรียวในทุกกรณีนะคะ เพราะความกว้างและรูปทรงของใบหน้าขึ้นอยู่กับโครงสร้างกระดูก กล้ามเนื้อ ปริมาณไขมัน และเนื้อเยื่อร่วมกัน ดังนั้น หากกรอบหน้าไม่ชัดจากไขมันปริมาณมาก หัตถการนี้จะไม่สามารถทำหน้าที่แทนการลดไขมันได้นั่นเองค่ะ
3. แก้มหย่อนหรือแก้มที่เริ่มตก
เมื่ออายุเพิ่มขึ้น เนื้อเยื่อบริเวณแก้มสามารถเคลื่อนตัวลงตามการเปลี่ยนแปลงของใบหน้า ทำให้ช่วงแก้มและแนวกรอบหน้าดูหย่อนลงค่ะ
เส้นไหมจะช่วยพยุงเนื้อเยื่อบริเวณแก้มที่หย่อนคล้อยได้ โดยแพทย์จะกำหนดทิศทางการวางไหมตามตำแหน่งและระดับความหย่อนคล้อย
หากปัญหาหลักเกิดจากการสูญเสียปริมาตรของใบหน้า หัตถการนี้จะไม่สามารถทดแทนปริมาตรที่หายไปได้ และอาจต้องประเมินวิธีอื่นร่วมด้วยค่ะ
4. Jowls หรือเนื้อบริเวณแนวกรามที่หย่อน
Jowls คือบริเวณเนื้อเยื่อช่วงแนวกรามที่หย่อนลงจนเห็นเป็นส่วนเกินบริเวณขอบล่างของใบหน้าค่ะ
หาก Jowls เกิดจากความหย่อนคล้อยของเนื้อเยื่อ หัตถการนี้สามารถใช้เพื่อช่วยพยุงบริเวณดังกล่าวได้
แต่หาก Jowls เกิดจากไขมันส่วนเกินหรือมีความหย่อนคล้อยมาก การใช้เส้นไหมเพียงอย่างเดียวอาจไม่ตอบโจทย์ และต้องประเมินสาเหตุร่วมด้วยค่ะ
5. บริเวณคิ้วหรือหางตาในบางเทคนิค
หัตถการนี้สามารถใช้กับบริเวณคิ้วหรือหางตาได้ในบางเทคนิค แต่บริเวณรอบดวงตามีโครงสร้างสำคัญและต้องใช้ความระมัดระวังสูงค่ะ
จึงควรให้แพทย์เป็นผู้ประเมินตำแหน่ง เทคนิค และความเหมาะสมก่อนทำ ไม่ควรเลือกตำแหน่งจากการตัดสินใจด้วยตัวเองเพียงอย่างเดียวนะคะ
ร้อยไหมเหมาะกับใคร
เหมาะกับคนที่มีความหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง และต้องการพยุงผิวโดยเป็นทางเลือกที่หลีกเลี่ยงการผ่าตัดดึงหน้าค่ะ
ปัญหาที่มักนำมาประเมิน ได้แก่
- แก้มเริ่มหย่อน
- กรอบหน้าเริ่มไม่ชัด
- แนวกรามเริ่มมี Jowls
- ต้องการพยุงผิวหย่อนคล้อยบางบริเวณ
ในทางกลับกัน หากมีความหย่อนคล้อยมาก มีไขมันส่วนเกินมาก หรือปัญหาหลักเกิดจากการสูญเสียปริมาตร หัตถการนี้อาจไม่ใช่วิธีหลักที่ตอบโจทย์ค่ะ
ก่อนร้อยไหม แพทย์ประเมินอะไรบ้าง
ก่อนทำ แพทย์ผู้ชำนาญการจะประเมินใบหน้าเพื่อหาสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหา ไม่ใช่ดูเพียงว่าต้องการปรับบริเวณไหนเท่านั้นค่ะ
สิ่งที่ประเมิน ได้แก่
- ระดับความหย่อนคล้อย
- โครงสร้างใบหน้า
- ตำแหน่งและปริมาณของเนื้อเยื่อ
- ปริมาณไขมัน
- สภาพผิว
- ตำแหน่งที่ต้องการยกพยุง
- ประวัติสุขภาพและปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการทำหัตถการ
หลังจากนั้นจึงกำหนดว่า ควรวางเส้นไหมบริเวณใด ใช้เทคนิคแบบไหน และจำเป็นต้องใช้วิธีอื่นร่วมด้วยหรือไม่ค่ะ
การประเมินก่อนทำจึงมีความสำคัญมาก เพราะคนที่มีปัญหากรอบหน้าไม่ชัดเหมือนกัน อาจมีสาเหตุแตกต่างกัน และไม่จำเป็นต้องใช้วิธีเดียวกันในการดูแลค่ะ
ร้อยไหมเห็นผลเมื่อไหร่
ผลจากแรงพยุงของไหมสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงของแนวผิวหนังได้ตั้งแต่หลังทำ แต่ช่วงแรกอาจมีอาการบวม ตึง หรือมีความไม่สมมาตรชั่วคราว ทำให้ผลลัพธ์ยังไม่เข้าที่เต็มที่ค่ะ
โดยทั่วไปสามารถแบ่งช่วงการเปลี่ยนแปลงได้ดังนี้ค่ะ
- หลังทำทันที เห็นการเปลี่ยนแปลงของแนวผิวหนังบางส่วน แต่ยังมีอาการบวมและตึงได้ค่ะ
- ประมาณ 1 ถึง 2 สัปดาห์ อาการบวมและความตึงเริ่มลดลง ทำให้เห็นรูปทรงที่ชัดเจนขึ้นค่ะ
- ประมาณ 2 ถึง 4 สัปดาห์ ใบหน้าเริ่มเข้าที่มากขึ้นและสามารถประเมินผลลัพธ์ได้ชัดเจนขึ้นค่ะ
ระยะเวลาจริงแตกต่างกันตามชนิดไหม เทคนิค จำนวนเส้น ตำแหน่งที่ทำ และการตอบสนองของแต่ละบุคคลนะคะ
ร้อยไหมอยู่ได้นานแค่ไหน
ผลลัพธ์จากหัตถการนี้ไม่ได้อยู่ถาวร และไม่สามารถกำหนดระยะเวลาเดียวกันสำหรับทุกคนได้ค่ะ
โดยทั่วไปผลลัพธ์ด้านการพยุงผิวสามารถคงสภาพอยู่ได้ประมาณ 6 ถึง 12 เดือน แต่ระยะเวลาจริงอาจสั้นหรือยาวกว่านี้ตามชนิดของไหม เทคนิค ตำแหน่งที่ทำ อายุ สภาพผิว และการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อของแต่ละบุคคลค่ะ
จึงควรแยกให้ชัดระหว่าง อายุของเส้นไหม กับ ระยะเวลาที่เห็นผลลัพธ์ด้านการพยุงผิว เพราะเป็นคนละเรื่องกันนะคะ
หากต้องการทราบระยะเวลาที่เหมาะกับตนเอง ควรสอบถามแพทย์ถึงชนิดไหมและเทคนิคที่ใช้โดยตรงค่ะ
หลังร้อยไหมควรดูแลตัวเองอย่างไร
ช่วงหลังทำควรดูแลบริเวณที่รับบริการและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ผู้ดูแลอย่างเคร่งครัด โดยหลักๆ ควรปฏิบัติดังนี้ค่ะ
- ดูแลบริเวณจุดลงเข็มตามคำแนะนำ
- หลีกเลี่ยงการกด นวด หรือดึงรั้งบริเวณที่ทำในช่วงแรก
- หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่แพทย์แนะนำให้งดระหว่างพักฟื้น
- ไม่ทำหัตถการอื่นบริเวณเดียวกันโดยไม่ปรึกษาแพทย์
- มาติดตามผลตามนัด
หากมีอาการผิดปกติหลังทำ เช่น ปวด บวม แดง หรืออาการอื่นที่รุนแรงหรือไม่ดีขึ้น ควรติดต่อคลินิกหรือสถานพยาบาลเพื่อประเมินอาการทันทีค่ะ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการร้อยไหม (FAQ)
Q. ร้อยไหมช่วยให้หน้าเรียวได้ไหม
A. หัตถการนี้ไม่ได้ลดไขมันหรือเปลี่ยนโครงสร้างกระดูกค่ะ แต่ช่วยพยุงเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อย ทำให้กรอบหน้าแลดูชัดขึ้นได้ในคนที่มีปัญหาหลักจากความหย่อนคล้อยค่ะ ดังนั้น หากหน้าไม่ชัดจากไขมันหรือโครงสร้างกระดูก วิธีนี้จะไม่สามารถทำให้หน้าแลดูเรียวได้โดยตรงค่ะ
Q. ร้อยไหมช่วยลดเหนียงไหม
A. ช่วยได้เมื่อเหนียงมีส่วนเกี่ยวข้องกับความหย่อนคล้อยของเนื้อเยื่อค่ะ เพราะเส้นไหมช่วยพยุงเนื้อเยื่อที่หย่อนลงได้ แต่หากเหนียงเกิดจากไขมันเป็นหลัก วิธีนี้ไม่สามารถลดไขมันได้ จึงต้องใช้แนวทางที่เหมาะกับสาเหตุของเหนียงแทนค่ะ
Q. ร้อยไหมช่วยแก้ริ้วรอยไหม
A. หัตถการนี้ไม่ใช่การดูแลหลักสำหรับริ้วรอยค่ะ เพราะจุดประสงค์หลักคือการพยุงผิว หากริ้วรอยเกิดจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ การสูญเสียปริมาตร หรือคุณภาพผิว วิธีดูแลจะแตกต่างกันออกไปค่ะ
Q. ร้อยไหมเหมาะกับคนอายุเท่าไหร่
A. ไม่มีอายุที่กำหนดตายตัวค่ะ เพราะความเหมาะสมไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุเพียงอย่างเดียว สิ่งสำคัญคือระดับความหย่อนคล้อย โครงสร้างใบหน้า สภาพผิว ปริมาณเนื้อเยื่อ และปัญหาที่ต้องการให้ดูแลค่ะ
Q. ร้อยไหมเจ็บไหม
A. ระหว่างทำแพทย์จะใช้การดูแลเรื่องความสบายเฉพาะบริเวณเพื่อลดความรู้สึกไม่สบายตัวค่ะ โดยหลังทำอาจมีอาการตึง เจ็บ หรือบวมบริเวณที่ทำได้ในช่วงแรก ความรู้สึกและระยะเวลาพักฟื้นแตกต่างกันตามเทคนิค ตำแหน่ง และจำนวนเส้นไหมที่ใช้ค่ะ
สรุป ร้อยไหมเหมาะกับปัญหาแบบไหน
การ ร้อยไหม ช่วยพยุงเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อย จึงเหมาะกับปัญหาอย่างแก้มหย่อน กรอบหน้าไม่ชัด และ Jowls ที่มีสาเหตุจากความหย่อนคล้อยในระดับที่เหมาะสมค่ะ
แต่วิธีนี้ ไม่สามารถลดไขมัน เติมปริมาตรที่สูญเสียไป ดูแลฝ้า กระ หรือหลุมสิวได้โดยตรงนะคะ
ส่วนผลลัพธ์ด้านการพยุงผิวสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่หลังทำ และมักเห็นรูปทรงที่ชัดเจนขึ้นในช่วง 2 ถึง 4 สัปดาห์ โดยผลลัพธ์โดยทั่วไปคงสภาพอยู่ได้ประมาณ 6 ถึง 12 เดือน ทั้งนี้ขึ้นกับชนิดไหม เทคนิค และสภาพผิวของแต่ละบุคคลค่ะ
ปรึกษาปัญหากรอบหน้าและการพยุงผิว ที่ De Queens Clinic
ก่อนตัดสินใจทำหัตถการ ควรเริ่มจากการหาสาเหตุของปัญหาให้ชัดเจนก่อนว่าเกิดจากความหย่อนคล้อย ไขมัน การสูญเสียปริมาตร หรือโครงสร้างใบหน้า เพราะแต่ละปัญหามีแนวทางดูแลที่แตกต่างกันค่ะ
หากคุณกำลังมองหา คลินิกร้อยไหม หรือ คลินิกเสริมความงามชลบุรี และ คลินิกเสริมความงามเพชรบุรี
ที่ De Queens Clinic (เดอควีนส์ คลินิก) เราให้บริการดูแลปัญหารูปหน้าโดยแพทย์ผู้ชำนาญการที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมเลือกใช้ไหมละลายที่ได้รับมาตรฐานและผ่านการรับรองจาก อย. ประเทศไทย ตามประเภทและข้อบ่งใช้ของผลิตภัณฑ์อย่างถูกต้องค่ะ
นอกจากบริการด้านการปรับรูปหน้าด้วยเส้นไหมและ ฟิลเลอร์ แล้ว เรายังเป็น คลินิกศัลยกรรมชลบุรี และ คลินิกศัลยกรรมเพชรบุรี ที่ตอบโจทย์ความงามแบบครบวงจร รวมถึงมีบริการดูแลงานผิวอย่างโปรแกรม รักษาสิว โปรแกรม รักษาฝ้า และการดูแลสุขภาพจากภายในด้วย IV Drip เพื่อดูแลคุณให้สวยมั่นใจในทุกมิติค่ะ
กำลังสนใจการพยุงผิว แต่ยังไม่แน่ใจว่าเหมาะกับปัญหาของตัวเองหรือไม่
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับเราได้ฟรีทาง Line @dequeensclinic เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับปัญหาที่กังวล และนัดหมายเข้ารับการประเมินกับแพทย์ก่อนตัดสินใจได้เลยค่ะ
สามารถเข้ารับบริการได้ 2 สาขา
- เดอควีนส์ คลินิก สาขาชลบุรี
- เดอควีนส์ คลินิก สาขาเพชรบุรี
เพราะการดูแลที่เหมาะสม เริ่มต้นจากการประเมินที่ถูกต้องค่ะ