
คีลอยด์ เป็นปัญหาผิวหนังที่หลายคนรู้สึกกังวล เนื่องจากอาจทำให้ผิวดูไม่เรียบเนียน และส่งผลต่อความมั่นใจในชีวิตประจำวัน บทความนี้ De Queens Clinic (เดอควีนส์ คลินิก) จะพาไปรู้จักคีลอยด์ให้มากขึ้น ตั้งแต่ลักษณะและสาเหตุของการเกิด ไปจนถึงแนวทางการดูแลและการรักษาที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้สามารถตัดสินใจดูแลผิวได้อย่างเข้าใจมากยิ่งขึ้นค่ะ
คีลอยด์คืออะไร
คีลอยด์ (Keloid) คือแผลเป็นชนิดหนึ่งที่เกิดจากการสร้างเนื้อเยื่อผิวหนังมากกว่าปกติภายหลังการเกิดบาดแผล ไม่ว่าจะเป็นแผลผ่าตัด แผลสิว หรือแผลจากอุบัติเหตุ ลักษณะของคีลอยด์มักเป็นก้อนนูน ผิวตึง มีสีเข้มหรือแตกต่างจากผิวบริเวณรอบข้าง และอาจมีขนาดขยายออกนอกขอบเขตของแผลเดิม ในบางรายอาจมีอาการคันหรือรู้สึกไม่สบายบริเวณแผลร่วมด้วย
คีลอยด์แตกต่างจากแผลเป็นทั่วไป ซึ่งมักมีลักษณะแบนราบและค่อย ๆ คงที่ ไม่ขยายขนาดเพิ่มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปค่ะ
สาเหตุและปัจจัยที่ทำให้เกิดคีลอยด์
คีลอยด์เกิดจากความผิดปกติของกระบวนการซ่อมแซมบาดแผลของร่างกาย ทำให้มีการสร้างเนื้อเยื่อมากกว่าปกติ ส่งผลให้แผลเป็นนูนและขยายเกินขอบเขตของแผลเดิม ปัจจัยที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดคีลอยด์ ได้แก่
- พันธุกรรม ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเคยเกิดคีลอยด์ มีแนวโน้มที่จะเกิดคีลอยด์ได้มากกว่าคนทั่วไป
- ความลึกและขนาดของแผล แผลที่มีความลึกหรือมีขนาดกว้าง อาจกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อมากกว่าปกติ ส่งผลให้มีโอกาสเกิดคีลอยด์ได้มากขึ้น
- ตำแหน่งของแผล คีลอยด์มักพบได้บ่อยในบริเวณที่ผิวหนังมีการเคลื่อนไหวหรือมีแรงตึงสูง เช่น หัวไหล่ หน้าอก และแผ่นหลัง
- อายุและเชื้อชาติ ผู้ที่มีสีผิวเข้มมีแนวโน้มเกิดคีลอยด์มากกว่าผู้ที่มีผิวขาว และมักพบได้บ่อยในช่วงอายุประมาณ 10–30 ปี
วิธีป้องกันคีลอยด์เบื้องต้น
การป้องกันคีลอยด์สามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่การหลีกเลี่ยงปัจจัยที่อาจกระตุ้นให้เกิดแผล และการดูแลแผลอย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น สำหรับแนวทางเบื้องต้นที่ควรใส่ใจ ได้แก่
- การดูแลและปิดแผลอย่างเหมาะสม
เมื่อเกิดบาดแผล ควรทำความสะอาดและปิดแผลให้เรียบร้อย อาจใช้ผ้าพันแผลหรือแผ่นซิลิโคนเพื่อช่วยลดแรงตึงบริเวณแผล ซึ่งอาจช่วยลดโอกาสที่แผลจะขยายตัวผิดปกติ - หลีกเลี่ยงแสงแดดในช่วงแผลกำลังฟื้นตัว
แสงแดดสามารถกระตุ้นการสร้างเม็ดสี ทำให้รอยแผลหรือคีลอยด์มีสีเข้มขึ้น ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดโดยตรง หรือปกปิดบริเวณแผลในช่วงที่ผิวยังไม่ฟื้นตัวสมบูรณ์ - การใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลแผลที่เหมาะสม
การใช้ครีมหรือเจลที่มีส่วนผสมของซิลิโคน หรือวิตามินอี อาจช่วยดูแลผิวบริเวณแผลให้ชุ่มชื้น และช่วยลดการระคายเคืองในระหว่างการฟื้นฟูผิว
วิธีรักษาคีลอยด์ที่ได้รับความนิยม
การดูแลและรักษาคีลอยด์สามารถทำได้หลายแนวทาง โดยแพทย์จะพิจารณาวิธีที่เหมาะสมจากขนาด ตำแหน่ง และลักษณะของคีลอยด์ในแต่ละบุคคล แนวทางการรักษาที่มักนำมาใช้ ได้แก่
1. การฉีดยาสเตียรอยด์
เป็นวิธีที่ช่วยลดการอักเสบของเนื้อเยื่อแผลเป็น และช่วยควบคุมการเจริญเติบโตของคีลอยด์ ทำให้เนื้อแผลมีลักษณะนุ่มลง และความนูนค่อยๆ ลดลงเมื่อทำตามแผนการรักษาอย่างต่อเนื่อง
2. การผ่าตัดเอาคีลอยด์ออก
เหมาะสำหรับคีลอยด์ที่มีขนาดใหญ่หรือส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม วิธีนี้ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เนื่องจากมีโอกาสเกิดคีลอยด์ซ้ำ จึงมักใช้ร่วมกับวิธีการรักษาอื่นเพื่อช่วยดูแลผลลัพธ์ในระยะยาว
3. การฉายแสง
เป็นการใช้รังสีในขนาดที่เหมาะสมเพื่อช่วยควบคุมการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อแผลเป็น โดยมักใช้ควบคู่กับการผ่าตัด เพื่อลดโอกาสการเกิดคีลอยด์ซ้ำ
4. การใช้แผ่นซิลิโคน
การติดแผ่นซิลิโคนบริเวณคีลอยด์อย่างสม่ำเสมอ ช่วยลดแรงตึงของผิว และดูแลสภาพผิวบริเวณแผล อาจช่วยให้คีลอยด์ดูนุ่มลงและผิวเรียบขึ้นตามเวลา
5. การรักษาด้วยเลเซอร์
การใช้เลเซอร์หลายชนิด เช่น Fractional CO₂ Laser, Pulsed Dye Laser หรือ Pico Laser มักทำร่วมกับยาและการดูแลอื่น ๆ มากกว่าการใช้เพียงอย่างเดียว เนื่องจากการรักษาแบบผสมผสานช่วยให้การดูแลคีลอยด์เป็นไปอย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น ทั้งนี้ แนวทางที่เหมาะสมควรอยู่ภายใต้การวางแผนของแพทย์ผู้ชำนาญการค่ะ
Pico Laser กับการดูแลคีลอยด์
Pico Laser เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีเลเซอร์ที่ถูกนำมาใช้เป็นทางเลือกในการดูแลคีลอยด์ โดยทำงานผ่านการปล่อยพลังงานแสงในช่วงเวลาที่สั้นมาก เพื่อส่งผลต่อเม็ดสีและโครงสร้างบางส่วนของผิวหนัง ช่วยให้สีของคีลอยด์แลดูจางลง และผิวบริเวณนั้นดูเรียบเนียนขึ้นได้ในบางราย
อย่างไรก็ตาม Pico Laser จะเน้นการดูแลในด้านสีผิวเป็นหลัก จึงมักใช้ร่วมกับวิธีอื่น เช่น การฉีดสเตียรอยด์ หรือแนวทางการรักษาแบบผสมผสาน เพื่อช่วยดูแลลักษณะของคีลอยด์ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในกรณีที่คีลอยด์มีขนาดใหญ่หรือมีความนูนชัดเจน
ก่อนเข้ารับการรักษา แพทย์จะทำการประเมินลักษณะ ขนาด และตำแหน่งของคีลอยด์เป็นรายบุคคล เพื่อเลือกแนวทางการดูแลที่เหมาะสม เนื่องจากคีลอยด์แต่ละรายมีการตอบสนองต่อการรักษาที่แตกต่างกัน การวางแผนร่วมกันกับแพทย์จึงเป็นขั้นตอนสำคัญในการดูแลคีลอยด์อย่างเหมาะสมค่ะ
รักษาคีลอยด์ด้วย Pico Laser มีข้อดีอย่างไร
Pico Laser เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีเลเซอร์ที่ถูกนำมาใช้เป็นทางเลือกในการดูแลคีลอยด์ โดยมีจุดเด่นในหลายด้าน ดังนี้
1. พลังงานเลเซอร์มีความแม่นยำ
พลังงานของ Pico Laser ถูกปล่อยออกมาในช่วงเวลาที่สั้นมาก จึงมุ่งเน้นการทำงานกับบริเวณผิวที่มีปัญหา และลดการกระทบต่อเนื้อเยื่อรอบข้างเมื่อเทียบกับเลเซอร์บางประเภท
2. ช่วยปรับสภาพผิวบริเวณคีลอยด์
Pico Laser อาจช่วยกระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูของผิว ทำให้ผิวบริเวณคีลอยด์ดูเรียบเนียนขึ้นเมื่อทำร่วมกับการดูแลอย่างเหมาะสม
3. ช่วยให้สีของคีลอยด์ดูจางลง
เลเซอร์สามารถส่งผลต่อเม็ดสีใต้ผิว ทำให้คีลอยด์ที่มีสีเข้มดูสม่ำเสมอและกลมกลืนกับผิวรอบข้างมากขึ้นในบางราย
4. ใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
หลังการทำ Pico Laser ส่วนใหญ่สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ โดยอาจมีเพียงอาการแดงหรือระคายเคืองเล็กน้อย ซึ่งมักดีขึ้นได้ในระยะเวลาไม่นาน
ทั้งนี้ การดูแลคีลอยด์ด้วย Pico Laser มักให้ผลดีเมื่อวางแผนการรักษาแบบผสมผสาน และควรอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์ เพื่อเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับลักษณะคีลอยด์ของแต่ละบุคคลค่ะ
การฉีดยาสเตียรอยด์กับการดูแลคีลอยด์
การฉีดยาสเตียรอยด์เป็นหนึ่งในแนวทางที่แพทย์นำมาใช้ในการดูแลคีลอยด์ โดยมีจุดประสงค์เพื่อควบคุมการทำงานของเนื้อเยื่อแผลเป็นที่มีการเจริญเติบโตมากกว่าปกติ วิธีนี้ได้รับความนิยมเนื่องจากสามารถดูแลได้เฉพาะจุด และเหมาะกับคีลอยด์หลากหลายลักษณะ ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ในแต่ละราย
หลักการของการฉีดยาสเตียรอยด์
แพทย์จะฉีดยาสเตียรอยด์เข้าสู่บริเวณคีลอยด์โดยตรง เพื่อช่วยลดกระบวนการอักเสบและชะลอการสร้างเนื้อเยื่อแผลเป็นที่มากเกินไป เมื่อได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องตามแผนการรักษา คีลอยด์มักมีลักษณะนุ่มลง และความนูนอาจค่อยๆ ลดลงตามระยะเวลาค่ะ
การฉีดยาสเตียรอยด์เพื่อรักษาคีลอยด์ ดีอย่างไร
- ดูแลได้ตรงจุด ยาสเตียรอยด์ถูกฉีดเข้าสู่บริเวณคีลอยด์โดยตรง จึงช่วยควบคุมการทำงานของเนื้อเยื่อแผลเป็นเฉพาะตำแหน่งนั้น
- ช่วยลดการอักเสบของเนื้อเยื่อแผลเป็น สเตียรอยด์มีบทบาทในการลดกระบวนการอักเสบ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้คีลอยด์มีลักษณะนูนและแข็ง
- ช่วยชะลอการสร้างเนื้อเยื่อที่มากเกินไป การฉีดยาสเตียรอยด์อาจช่วยควบคุมการเจริญเติบโตของคีลอยด์ ทำให้แผลเป็นค่อยๆ เปลี่ยนลักษณะไปในทิศทางที่ดีขึ้นเมื่อได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง
- เหมาะกับการดูแลร่วมกับวิธีอื่น การฉีดยาสเตียรอยด์สามารถใช้ร่วมกับแนวทางอื่น เช่น เลเซอร์ หรือการใช้แผ่นซิลิโคน เพื่อให้การดูแลคีลอยด์เป็นไปอย่างเหมาะสมมากขึ้น
- ไม่จำเป็นต้องพักฟื้นนาน หลังการฉีด ผู้รับบริการสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ทั้งนี้ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
ดูแลคีลอยด์ที่ De Queens Clinic
คีลอยด์เป็นปัญหาผิวที่หลายคนพบและอาจสร้างความกังวลใจ เนื่องจากมีลักษณะนูน แข็ง หรือสีเข้มกว่าผิวโดยรอบ ปัจจุบันมีแนวทางการดูแลคีลอยด์หลากหลายวิธี ซึ่งแพทย์จะพิจารณาเลือกให้เหมาะสมกับลักษณะคีลอยด์ สภาพผิว และตำแหน่งของแผลในแต่ละบุคคล
แนวทางการดูแลที่แพทย์อาจนำมาใช้ ได้แก่ Pico Laser, CO2 Laser, การฉีดยาสเตียรอยด์, การใช้เลเซอร์หรือวิธีอื่นๆ ร่วมกันตามดุลยพินิจของแพทย์
หากคุณกำลังมองหา คลินิกรักษาคีลอยด์ชลบุรี หรือ คลินิกรักษาคีลอยด์เพชรบุรี ที่ De Queens Clinic (เดอควีนส์ คลินิก) เราให้บริการดูแลคีลอยด์ด้วยเครื่องมือและแนวทางการรักษาหลากหลายรูปแบบ พร้อมการประเมินและดูแลโดยแพทย์ เพื่อวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสมในแต่ละเคส
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับคีลอยด์ หรือต้องการรับคำแนะนำเบื้องต้น สามารถส่งภาพเพื่อปรึกษาคุณหมอโบว์ แพทย์ประจำคลินิก พร้อมสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือโปรโมชั่นพิเศษ ได้ทาง Line OA @dequeensclinic ทางคลินิกยินดีให้คำแนะนำค่ะ