
รักษาสิวกับแพทย์จำเป็นไหม? สิวแบบไหนควรพบแพทย์
“สิว” เป็นหนึ่งในปัญหาผิวที่พบได้บ่อยมาก โดยเฉพาะในช่วงวัยรุ่นที่ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน แต่ในความเป็นจริงแล้ว สิวไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในวัยรุ่นเท่านั้นค่ะ เพราะหลายคนยังคงมีสิวต่อเนื่องไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ หรือบางคนแม้จะผ่านช่วงวัยรุ่นมาแล้ว ก็ยังต้องเจอกับปัญหาสิวที่ขึ้น ๆ ยุบ ๆ เป็น ๆ หาย ๆ อยู่เรื่อย ๆ
บางคนอาจมีเพียงสิวอุดตันเม็ดเล็ก ๆ ขณะที่บางคนมีสิวอักเสบ ตุ่มหนอง หรือสิวเม็ดใหญ่ที่อยู่ลึกใต้ผิวและมีอาการเจ็บร่วมด้วย และเมื่อสิวยุบลงแล้วก็อาจทิ้งรอยแดง รอยดำ หรือหลุมสิวเอาไว้ ทำให้ปัญหาที่ตามมาไม่ได้มีเพียงเรื่องของสิว แต่ยังรวมถึงร่องรอยที่อยู่บนผิวและความมั่นใจในการใช้ชีวิตด้วยค่ะ
หลายคนจึงเกิดคำถามว่า “เป็นสิวจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาสิวกับแพทย์ไหม?” หรือสามารถซื้อผลิตภัณฑ์มาดูแลเองได้? แล้วสิวแบบไหนที่ควรหยุดลองผิดลองถูกและเข้ามาปรึกษาแพทย์?
ในบทความนี้ หมอจะพาไปทำความเข้าใจตั้งแต่ สิวเกิดจากอะไร สิวมีกี่ประเภท สิวแบบไหนสามารถดูแลเบื้องต้นได้ สิวแบบไหนควรพบแพทย์ วิธีรักษาสิวมีอะไรบ้าง รวมถึงวิธีดูแลผิวเพื่อลดโอกาสการเกิดสิวซ้ำ เพื่อให้ทุกคนสามารถสังเกตปัญหาผิวของตัวเองได้ง่ายขึ้นค่ะ
สิวเกิดจากอะไร?
ก่อนจะตอบคำถามว่าสิวแบบไหนควรพบแพทย์ เรามาทำความเข้าใจกันก่อนค่ะว่า จริง ๆ แล้วสิวเกิดจากอะไร
สิวเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน โดยมีความเกี่ยวข้องกับการทำงานของต่อมไขมัน การสะสมของเซลล์ผิว การอุดตันภายในรูขุมขน การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน และกระบวนการอักเสบ
โดยปกติแล้วผิวของเราจะมีการผลิตน้ำมันหรือซีบัมเพื่อช่วยรักษาความชุ่มชื้นของผิว แต่หากมีการผลิตน้ำมันมากขึ้น ประกอบกับมีเซลล์ผิวสะสมอยู่บริเวณรูขุมขน ก็อาจทำให้เกิดการอุดตันขึ้นได้
เมื่อมีการอุดตันก็สามารถพัฒนาเป็นสิวอุดตัน และหากมีการอักเสบร่วมด้วย ก็อาจกลายเป็นสิวอักเสบ ตุ่มหนอง หรือสิวที่มีลักษณะเป็นก้อนลึกได้ค่ะ
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นที่อาจเกี่ยวข้องกับการเกิดหรือกำเริบของสิว เช่น
- การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
- พันธุกรรมและลักษณะผิว
- ความเครียด
- การพักผ่อนไม่เพียงพอ
- ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหรือเครื่องสำอางบางชนิด
- การเสียดสีหรือการสัมผัสผิวบ่อย ๆ
- เหงื่อและความอับชื้น
- ยาบางชนิด
- พฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่าง
ดังนั้น การเป็นสิวจึงไม่ได้หมายความว่า “เราดูแลผิวไม่สะอาด” หรือ “ล้างหน้าไม่ดีพอ” เสมอไปนะคะ
ในทางกลับกัน การพยายามล้างหน้าให้สะอาดมาก ๆ ด้วยการล้างบ่อย ขัดผิว หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผิวแห้งมากเกินไป ก็อาจทำให้ผิวระคายเคืองและทำให้ปัญหาสิวจัดการได้ยากขึ้นเช่นกันค่ะ
สิวมีกี่ประเภท? สิวที่เป็นอยู่คือสิวแบบไหน?
สิวแต่ละชนิดมีลักษณะและความรุนแรงแตกต่างกัน การรู้ว่าเรากำลังเป็นสิวประเภทไหนจึงมีความสำคัญ เพราะแนวทางการดูแลก็อาจแตกต่างกันค่ะ
1. สิวอุดตัน
สิวอุดตันเกิดจากการสะสมของน้ำมันและเซลล์ผิวภายในรูขุมขน โดยอาจมองเห็นเป็นตุ่มเล็ก ๆ หรือจุดบริเวณผิว
2. สิวหัวเปิด
มักเห็นเป็นจุดสีดำบนผิว ส่วน สิวหัวปิด มักมีลักษณะเป็นตุ่มเล็ก ๆ สีใกล้เคียงกับผิว
หากมีสิวอุดตันไม่มาก บางคนอาจสามารถเริ่มต้นด้วยการปรับพฤติกรรมการดูแลผิวและเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมได้ค่ะ
แต่หากเป็นจำนวนมาก เป็นเรื้อรัง หรือดูแลมาระยะหนึ่งแล้วไม่ดีขึ้น การพบแพทย์จะช่วยให้ประเมินปัญหาและเลือกแนวทางดูแลที่เหมาะสมมากขึ้น
3. สิวอักเสบ
สิวอักเสบมักมีลักษณะเป็นตุ่มแดง ตุ่มนูน หรือตุ่มที่มีหนองร่วมด้วย บางคนอาจรู้สึกเจ็บหรือระบมบริเวณที่เป็นสิว
สิวประเภทนี้ไม่ควรแกะหรือบีบเอง เพราะแรงกดและการระคายเคืองอาจทำให้การอักเสบมากขึ้น และเพิ่มโอกาสเกิดรอยแดง รอยดำ หรือแผลเป็นหลังสิวได้ค่ะ
4. สิวเม็ดใหญ่หรือสิวที่อยู่ลึกใต้ผิว
สิวบางชนิดอาจมีลักษณะเป็นก้อนขนาดใหญ่ อยู่ลึกใต้ผิว และมีอาการเจ็บ โดยเฉพาะเมื่อสัมผัส
สิวลักษณะนี้ควรให้แพทย์ประเมินมากกว่าการพยายามกดหรือบีบด้วยตัวเอง เพราะสิวที่อยู่ลึกอาจไม่ได้มีสิ่งอุดตันที่สามารถบีบออกได้ง่าย และการบีบแรง ๆ อาจทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นเกิดการอักเสบและบาดเจ็บมากขึ้นค่ะ
รักษาสิวกับแพทย์จำเป็นไหม?
ไม่ใช่ทุกคนที่เป็นสิวจำเป็นต้องพบแพทย์ทันทีค่ะ หากเป็นสิวเล็กน้อย เพิ่งเริ่มเป็น และไม่ได้มีการอักเสบรุนแรง เราสามารถเริ่มจากการดูแลผิวขั้นพื้นฐานก่อน เช่น ทำความสะอาดผิวอย่างอ่อนโยน หลีกเลี่ยงการแกะหรือบีบสิว และเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิว
แต่ในกรณีที่สิวมีความรุนแรง เป็นซ้ำบ่อย หรือส่งผลต่อผิวในระยะยาว การพบแพทย์ที่คลินิกรักษาสิวจะมีประโยชน์มากขึ้นค่ะ สิ่งสำคัญคือ เราไม่ควรพิจารณาเพียงจำนวนเม็ดของสิวเท่านั้น
เพราะบางคนอาจมีสิวเพียงไม่กี่เม็ด แต่เป็นสิวอักเสบขนาดใหญ่และอยู่ลึก ในขณะที่บางคนมีสิวอุดตันจำนวนมากแต่ไม่ได้มีการอักเสบ ดังนั้นแพทย์จะพิจารณาทั้งชนิดของสิว ความรุนแรง ระยะเวลาที่เป็น ตำแหน่งที่เกิด รวมถึงรอยหรือแผลเป็นที่เกิดขึ้นร่วมด้วยค่ะ
สิวแบบไหนควรพบแพทย์?
หากกำลังสงสัยว่า “สิวแบบไหนควรไปหาหมอ?” หมอแนะนำให้ลองสังเกตจากลักษณะต่อไปนี้ค่ะ
1. สิวขึ้นซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน
หากสิวขึ้น ๆ หาย ๆ เป็นเวลานาน หรือแม้จะดูแลผิวและลองใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับสิวแล้ว แต่สิวยังคงกลับมาเป็นซ้ำ อาจเป็นสัญญาณว่าควรให้แพทย์ช่วยประเมินค่ะ
โดยเฉพาะคนที่รู้สึกว่า “ดูแลเท่าไรก็ไม่ดีขึ้น” และต้องเปลี่ยนผลิตภัณฑ์อยู่เรื่อย ๆ การพบแพทย์อาจช่วยให้เข้าใจปัญหามากกว่าการลองผลิตภัณฑ์ใหม่ไปเรื่อย ๆ
2. มีสิวอักเสบจำนวนมาก
หากมีสิวอักเสบหลายบริเวณพร้อมกัน เช่น หน้าผาก แก้ม คาง หรือแนวกราม และมีสิวเกิดขึ้นต่อเนื่อง การปล่อยให้เกิดการอักเสบซ้ำ ๆ อาจเพิ่มโอกาสเกิดรอยและแผลเป็นได้
ในกรณีนี้ควรให้แพทย์ประเมินระดับความรุนแรงและพิจารณาแนวทางการรักษาที่เหมาะสมค่ะ
3. มีสิวเม็ดใหญ่หรือเป็นก้อนลึก
สิวที่เป็นก้อน เจ็บ และอยู่ลึกใต้ผิว เป็นอีกลักษณะที่ควรปรึกษาแพทย์
สิ่งที่หมออยากเน้นมาก ๆ คือ อย่าพยายามบีบสิวลักษณะนี้เอง
เพราะบางครั้งสิวที่อยู่ลึกไม่ได้สามารถกดออกได้เหมือนสิวอุดตันทั่วไป แต่การบีบแรง ๆ อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บของผิวและเพิ่มโอกาสเกิดรอยหรือแผลเป็นค่ะ
4. สิวเริ่มทิ้งรอยแดงหรือรอยดำจำนวนมาก
สำหรับบางคน สิวหนึ่งเม็ดอาจหายไปแล้ว แต่ทิ้งรอยไว้เป็นเวลานาน และเมื่อมีสิวใหม่เกิดขึ้นก็มีรอยใหม่ตามมาเรื่อย ๆ
หากมีรอยหลังสิวจำนวนมากจนรู้สึกว่าผิวไม่เรียบเนียนหรือสีผิวไม่สม่ำเสมอ การเข้ามาปรึกษาแพทย์ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งค่ะ
5. เริ่มมีหลุมสิว
หลุมสิวเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างผิวหลังการอักเสบของสิว และบางครั้งเมื่อเกิดขึ้นแล้วอาจต้องใช้เวลาและการรักษาเฉพาะทางเพื่อดูแล
ดังนั้น หากมีสิวอักเสบเป็นประจำ โดยเฉพาะสิวที่เป็นก้อนลึกและเริ่มสังเกตเห็นว่าผิวมีรอยบุ๋มหลังสิวยุบ ควรเข้ามาปรึกษาแพทย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ ค่ะ
6. สิวส่งผลต่อความมั่นใจ
บางครั้งความรุนแรงของสิวไม่ได้วัดจากจำนวนเม็ดเพียงอย่างเดียว หากสิวทำให้เราไม่อยากออกจากบ้าน ไม่อยากถ่ายรูป ไม่กล้าพบผู้คน หรือรู้สึกไม่มั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน ปัญหานี้ก็ถือเป็นเหตุผลหนึ่งที่สามารถเข้ามาปรึกษาแพทย์ได้ค่ะ ไม่จำเป็นต้องรอให้สิวเยอะมากก่อนจึงจะสามารถมาพบแพทย์ได้

สิวรักษาเองได้ไหม?
ในกรณีที่เป็นสิวไม่มาก การดูแลผิวอย่างเหมาะสมสามารถช่วยควบคุมปัญหาได้ส่วนหนึ่ง แต่สิ่งสำคัญคือควรให้เวลากับการดูแลผิวและหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ไปมาบ่อย ๆ โดยพื้นฐานที่ควรทำมีดังนี้ค่ะ
ล้างหน้าอย่างอ่อนโยน
การล้างหน้าไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อทำให้ผิว “เอี๊ยด” หรือแห้งที่สุด แต่ควรทำความสะอาดสิ่งสกปรกและความมันส่วนเกินโดยไม่ทำให้ผิวระคายเคือง
การขัดหน้าแรง ๆ หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผิวแห้งมาก อาจทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองและทำให้การดูแลสิวยากขึ้นค่ะ
ไม่แกะหรือบีบสิว
ข้อนี้สำคัญมากค่ะ เมื่อเห็นสิวขึ้นบนใบหน้า หลายคนจะรู้สึกอยากบีบ เพราะคิดว่าถ้าบีบออกแล้วสิวจะยุบไวขึ้น แต่การบีบสิวเอง โดยเฉพาะสิวที่ยังไม่พร้อมหรือสิวที่อยู่ลึก อาจทำให้เกิดการอักเสบมากขึ้น และเพิ่มโอกาสเกิดรอยหรือแผลเป็น
เลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับผิว
ไม่จำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์หลายตัวพร้อมกัน การเลือกสกินแคร์ที่เหมาะกับสภาพผิวและไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองเป็นพื้นฐานสำคัญของการดูแลผิวที่เป็นสิวค่ะ
อย่าเปลี่ยนผลิตภัณฑ์บ่อยเกินไป
หากลองผลิตภัณฑ์หนึ่งไม่กี่วันแล้วไม่ได้ผล จากนั้นเปลี่ยนอีกตัว แล้วเปลี่ยนอีกตัว การทำแบบนี้อาจทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองและทำให้เราไม่สามารถประเมินได้ว่าอะไรเหมาะหรือไม่เหมาะกับผิวของตัวเอง หากทดลองดูแลด้วยตัวเองแล้วปัญหายังคงเป็นต่อเนื่อง การพบแพทย์จะช่วยให้ประเมินได้ตรงจุดมากขึ้นค่ะ
วิธีรักษาสิวมีอะไรบ้าง?
การรักษาสิวไม่ได้มีวิธีเดียว และไม่มีวิธีใดที่เหมาะกับทุกคนค่ะ โดยแพทย์จะพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น ประเภทของสิว ระดับความรุนแรง ตำแหน่งที่เป็น ระยะเวลาที่เป็น รวมถึงประวัติการรักษาที่เคยได้รับ แนวทางที่แพทย์อาจพิจารณา ได้แก่
การใช้ยาทา
ยาทาเป็นหนึ่งในแนวทางที่ใช้ในการดูแลสิว โดยชนิดของยาที่เลือกใช้จะขึ้นอยู่กับลักษณะของสิวและสภาพผิวของแต่ละคน การใช้ยาทาอย่างถูกต้องจึงมีความสำคัญ เพราะผลิตภัณฑ์บางชนิดอาจทำให้ผิวแห้งหรือระคายเคืองได้หากใช้ไม่เหมาะสม
การใช้ยารับประทาน
ในคนที่มีสิวอักเสบมากหรือมีความรุนแรงบางระดับ แพทย์อาจพิจารณาการรักษาด้วยยารับประทานตามความเหมาะสม การใช้ยากลุ่มนี้ควรอยู่ภายใต้การประเมินและคำแนะนำของแพทย์ ไม่ควรซื้อมาใช้เองค่ะ
การดูแลสิวอุดตันและสิวอักเสบ
แพทย์อาจพิจารณาวิธีดูแลเพิ่มเติมตามชนิดและลักษณะของสิว โดยต้องประเมินก่อนว่าปัญหาที่เกิดขึ้นคือสิวประเภทใดและเหมาะกับแนวทางใด
การดูแลรอยหลังสิว
หลังควบคุมสิวได้แล้ว บางคนอาจยังมีรอยแดงหรือรอยดำหลงเหลืออยู่ ซึ่งสามารถวางแผนดูแลต่อได้ตามลักษณะของรอยค่ะ
การดูแลหลุมสิว
หากมีหลุมสิว การรักษาจะขึ้นอยู่กับชนิด ความลึก และลักษณะของหลุมสิว โดยแพทย์จะประเมินก่อนว่าควรใช้แนวทางใด
ดังนั้น หากถามว่า “ดูแลรักษาสิววิธีไหนที่เหมาะสม?” หมออยากให้มองว่าไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกคนค่ะ วิธีที่เหมาะสมควรเป็นวิธีที่สอดคล้องกับปัญหาผิวและความรุนแรงของสิวในแต่ละบุคคล
ดังนั้น เป้าหมายของการดูแลสิวจึงไม่ได้มีเพียงการทำให้สิวที่กำลังขึ้นอยู่ยุบลง แต่ควรให้ความสำคัญกับการควบคุมปัจจัยที่เกี่ยวข้องและการดูแลผิวอย่างต่อเนื่องด้วยค่ะ
เป็นสิวควรดูแลตัวเองอย่างไร?
นอกจากการรักษาที่เหมาะสมแล้ว การดูแลตัวเองในชีวิตประจำวันก็มีส่วนสำคัญในการควบคุมปัญหาสิวค่ะ
- หลีกเลี่ยงการแกะหรือบีบสิว
ยิ่งแกะยิ่งอักเสบ และอาจเพิ่มโอกาสเกิดรอยหรือแผลเป็น - ล้างหน้าอย่างอ่อนโยน
ไม่จำเป็นต้องขัดหรือถูแรง ๆ เพราะการระคายเคืองอาจทำให้ผิวมีปัญหามากขึ้น - ทำความสะอาดสิ่งที่สัมผัสผิวเป็นประจำ
เช่น โทรศัพท์มือถือ ปลอกหมอน ผ้าเช็ดหน้า หรืออุปกรณ์แต่งหน้า - ทำความสะอาดเครื่องสำอางก่อนนอน
หากแต่งหน้า ควรทำความสะอาดผิวให้เหมาะสมก่อนเข้านอน - เลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับผิว
ไม่จำเป็นต้องเลือกผลิตภัณฑ์ราคาแพงที่สุด แต่ควรเลือกสิ่งที่เหมาะกับสภาพผิวและไม่ทำให้เกิดการระคายเคือง - สังเกตปัจจัยกระตุ้นของตัวเอง
หากสังเกตว่าสิวมักกำเริบในช่วงใดหรือหลังใช้ผลิตภัณฑ์อะไร ควรจดจำและนำข้อมูลเหล่านี้มาปรึกษาแพทย์ได้ค่ะ
นอกจากการใช้ยาแล้ว ในบางกรณีแพทย์อาจพิจารณาการดูแลสิวด้วยหัตถการหรือโปรแกรมดูแลผิวร่วมด้วย โดยต้องประเมินตามประเภทและความรุนแรงของสิวแต่ละคนค่ะ
แนวทางดูแลสิวที่ De Queens Clinic (เดอควีนส์ คลินิก) มีอะไรบ้าง?
สำหรับผู้ที่มีปัญหาสิวและต้องการเข้ามาปรึกษาแพทย์ ที่ De Queens Clinic (เดอควีนส์ คลินิก) มีแนวทางดูแลปัญหาสิวทั้งบริเวณใบหน้า โดยแพทย์จะประเมินลักษณะผิวและปัญหาสิวของแต่ละคนก่อน เพื่อพิจารณาแนวทางการดูแลที่เหมาะสมค่ะ
ปัจจุบันมีโปรแกรมดูแลสิวที่สามารถเลือกตามบริเวณและลักษณะปัญหา ได้แก่ Acne Clear สำหรับดูแลปัญหาสิวบริเวณใบหน้า และ Queen Back Clear สำหรับผู้ที่มีปัญหาสิวบริเวณแผ่นหลัง
Acne Clear โปรแกรมดูแลสิว 4 ขั้นตอน
Acne Clear
เป็นโปรแกรมดูแลปัญหาสิวบริเวณใบหน้า โดยประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ได้แก่
- กดสิว
ดูแลสิวอุดตันที่เหมาะสมกับการกด โดยทำอย่างเหมาะสมเพื่อลดการรบกวนผิว - ฉีด
เป็นขั้นตอนที่แพทย์พิจารณาตามลักษณะของสิวและความเหมาะสมของแต่ละบุคคล โดยเฉพาะในกรณีที่มีสิวอักเสบบางลักษณะ - ฉายแสง
เป็นอีกหนึ่งขั้นตอนที่ใช้ร่วมในการดูแลปัญหาสิว โดยแพทย์จะพิจารณาตามสภาพผิวและปัญหาของแต่ละคน - มาร์ก Acne
ปิดท้ายด้วยการมาร์กสำหรับผิวที่มีปัญหาสิว เพื่อช่วยดูแลผิวหลังผ่านขั้นตอนต่าง ๆ
ทั้ง 4 ขั้นตอนจึงเป็นการดูแลปัญหาสิวแบบต่อเนื่องภายในโปรแกรมเดียว โดยรายละเอียดและขั้นตอนที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันไปตามสภาพผิวของแต่ละคนค่ะ

Queen Back Clear
สำหรับคนที่มีปัญหา สิวที่หลัง ที่ De Queens มีโปรแกรม Queen Back Clear ซึ่งออกแบบมาสำหรับการดูแลผิวบนใบหน้าบริเวณแผ่นหลังโดยเฉพาะ
โปรแกรมประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ได้แก่
- กดสิว
ดูแลสิวอุดตันบริเวณแผ่นหลังในตำแหน่งที่เหมาะสม - ฉีด
แพทย์จะพิจารณาตามลักษณะของสิวและความเหมาะสมของแต่ละบริเวณ - ทรีตเมนท์
เป็นอีกหนึ่งขั้นตอนที่ใช้ร่วมในการดูแลปัญหาสิว - มาร์กคอลลาเจน
ปิดท้ายด้วยการมาร์กคอลลาเจนเพื่อดูแลผิวบริเวณแผ่นหลังหลังผ่านขั้นตอนต่าง ๆ
ปัญหาสิวที่หลังอาจมีทั้งสิวอุดตันและสิวอักเสบ รวมถึงรอยที่หลงเหลือหลังสิว ดังนั้นก่อนเริ่มดูแล แพทย์จะประเมินลักษณะของผิวและสิวในแต่ละคนก่อน เพื่อพิจารณาว่าแนวทางใดมีความเหมาะสมค่ะ
ทั้งนี้ การกดสิว การฉีด หรือขั้นตอนอื่น ๆ ควรอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์ และรายละเอียดการดูแลอาจแตกต่างกันตามสภาพผิวและลักษณะของสิวในแต่ละบุคคล

เมื่อไหร่ที่ไม่ควรลองรักษาสิวเองต่อ?
หากลองดูแลตัวเองแล้ว แต่สิวยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ มีการอักเสบมากขึ้น หรือเริ่มเกิดรอยและแผลเป็น หมอแนะนำว่าไม่จำเป็นต้องรอให้ปัญหารุนแรงกว่านี้ค่ะ
โดยเฉพาะคนที่ต้องเปลี่ยนผลิตภัณฑ์รักษาสิวบ่อย ๆ เพราะรู้สึกว่า “ตัวนี้ไม่หาย ลองตัวใหม่ดีกว่า” สุดท้ายอาจใช้ผลิตภัณฑ์หลายชนิดพร้อมกันจนผิวเกิดการระคายเคือง
การเข้ามาปรึกษาแพทย์ไม่ได้หมายความว่าจะต้องทำหัตถการหรือใช้ยาทันทีเสมอไปนะคะ แต่เป็นการให้แพทย์ช่วยประเมินก่อนว่า **ปัญหาที่กำลังเป็นอยู่คืออะไร มีความรุนแรงแค่ไหน และควรเริ่มดูแลอย่างไร
สรุป รักษาสิวกับแพทย์จำเป็นไหม?
ไม่ใช่ทุกคนที่เป็นสิวจำเป็นต้องพบแพทย์ค่ะ หากเป็นสิวเล็กน้อย เพิ่งเริ่มเป็น และไม่ได้มีการอักเสบรุนแรง สามารถเริ่มจากการดูแลผิวอย่างเหมาะสมและหลีกเลี่ยงปัจจัยที่กระตุ้นสิวก่อนได้
แต่หากมีลักษณะดังต่อไปนี้
- สิวเป็นซ้ำ ๆ เรื้อรัง
- มีสิวอักเสบจำนวนมาก
- มีสิวเม็ดใหญ่หรือก้อนลึก
- สิวมีอาการเจ็บหรืออักเสบ
- รักษาด้วยตัวเองแล้วไม่ดีขึ้น
- เริ่มมีรอยแดงหรือรอยดำจำนวนมาก
- เริ่มมีหลุมสิวหรือแผลเป็น
- มีสิวที่หลังหรือลำตัวเป็นจำนวนมาก
- สิวส่งผลต่อความมั่นใจและการใช้ชีวิต
การเข้ามาปรึกษาแพทย์ก็เป็นทางเลือกที่สามารถช่วยให้เราเข้าใจปัญหาผิวของตัวเองมากขึ้นค่ะ
สิ่งสำคัญที่สุดคือ ไม่จำเป็นต้องรอให้สิวรุนแรงก่อนถึงจะมาพบแพทย์
เพราะยิ่งเข้าใจลักษณะของสิวและเริ่มดูแลอย่างเหมาะสมเร็วเท่าไร ก็ยิ่งช่วยให้สามารถวางแผนการดูแลผิวได้ตรงกับปัญหามากขึ้น และลดโอกาสที่สิวจะทิ้งร่องรอยเอาไว้ในระยะยาวค่ะ
หากเป็นสิวแบบไหน ควรเข้ามาปรึกษาแพทย์ที่ De Queens Clinic?
หากใครกำลังมีปัญหาสิวเป็น ๆ หาย ๆ มีสิวอุดตันหรือสิวอักเสบขึ้นซ้ำ ๆ มีสิวเม็ดใหญ่ที่ดูแลเองได้ยาก หรือมีสิวบริเวณแผ่นหลังจนเริ่มรบกวนความมั่นใจ การเข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินปัญหาผิวก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งค่ะ
ที่ De Queens Clinic (เดอควีนส์ คลินิก) แพทย์จะประเมินลักษณะของสิว สภาพผิว และบริเวณที่มีปัญหาก่อน เพื่อพิจารณาแนวทางการดูแลให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล โดยมีโปรแกรมดูแลสิวสำหรับทั้งบริเวณใบหน้าและแผ่นหลัง
Acne Clear และ Queen Back Clear โปรแกรมดูแลสิว 4 ขั้นตอนสำหรับใบหน้าและแผ่นหลัง
โดยแพทย์จะพิจารณาความเหมาะสมของแต่ละขั้นตอนตามลักษณะสิวและสภาพผิวของแต่ละคน เพื่อให้การดูแลเป็นไปอย่างเหมาะสมกับปัญหาที่พบ ซึ่งออกแบบสำหรับการดูแลผิวบริเวณแผ่นหลัง ประกอบด้วย กดสิว ฉีด ทรีตเมนต์บำรุงผิว
หากมีสิวที่หลังเป็นจำนวนมาก เป็นซ้ำบ่อย มีสิวอักเสบ หรือมีรอยหลังสิวและไม่แน่ใจว่าควรเริ่มดูแลอย่างไร สามารถเข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินปัญหาและพูดคุยเกี่ยวกับแนวทางการดูแลที่เหมาะสมได้ค่ะ
ทั้งนี้ โปรแกรมและขั้นตอนการดูแลอาจแตกต่างกันไปตามสภาพผิวและลักษณะของสิวในแต่ละคน การเข้ามาปรึกษาแพทย์ก่อนจึงช่วยให้เข้าใจปัญหาผิวของตัวเองมากขึ้น และเลือกแนวทางการดูแลได้อย่างเหมาะสมค่ะ
หากกำลังสงสัยว่า สิวที่เป็นอยู่ควรพบแพทย์ไหม?” สามารถเข้ามาปรึกษาแพทย์ที่ De Queens Clinic (เดอควีนส์ คลินิก) ได้ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสิวบริเวณใบหน้า หรือสิวบริเวณแผ่นหลัง
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Line @dequeensclinic โดยคุณหมอตอบเอง หรือสามารถเข้ารับบริการแบบ Walk-in ได้ที่ De Queens Clinic (เดอควีนส์ คลินิก) ทั้ง 2 สาขา ได้แก่ สาขาชลบุรี (คลินิกเสริมความงามชลบุรี) และสาขาเพชรบุรี (คลินิกเสริมความงามเพชรบุรี) ค่ะ