ไหม V-DERM VS PREDERM ต่างกันอย่างไร?

ไหม V-DERM VS PREDERM ต่างกันอย่างไร?

ปัจจุบันมีการพัฒนาไหมละลายหลายรูปแบบ เพื่อรองรับปัญหาผิวและโครงสร้างใบหน้าที่แตกต่างกันค่ะ หนึ่งในนั้นคือ TESS PREDERM ไหม PDO ที่ออกแบบมาเพื่อเน้นการดูแลความกระชับและการจัดวางเนื้อเยื่อ และ V-Derm ไหม PCL ที่พัฒนาโดยเน้นเรื่องความแข็งแรงและการพยุงเนื้อเยื่อค่ะ

แล้ว TESS PREDERM คืออะไร? V-Derm ต่างจาก PCL รุ่นเดิมอย่างไร? ทั้งสองชนิดเหมาะกับใคร และสามารถใช้ร่วมกันได้หรือไม่?

บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักความแตกต่างของไหมทั้ง 2 ชนิด เพื่อช่วยให้เข้าใจว่าการเลือกไหมไม่ได้ดูเพียงวัสดุที่ใช้ แต่ต้องพิจารณาร่วมกับปัญหา โครงสร้างใบหน้า และเป้าหมายของแต่ละบุคคลร่วมด้วยค่ะ

TESS PREDERM คืออะไร?

TESS PREDERM เป็นไหมละลายชนิด PDO (Polydioxanone) ที่ออกแบบมาเพื่อใช้เป็นทางเลือกในการดูแลความกระชับและจัดวางเนื้อเยื่อ โดยมีจุดเด่นอยู่ที่โครงสร้างของเส้นไหมและการออกแบบเงี่ยงค่ะ

จุดเด่นที่สำคัญคือ Bi-Directional Barbs หรือเงี่ยงสองทิศทาง ซึ่งออกแบบให้ช่วยยึดเกาะกับเนื้อเยื่อในหลายทิศทาง จึงนำมาใช้เพื่อช่วยเสริมแรงในการดึงและจัดวางเนื้อเยื่อระหว่างการทำหัตถการร้อยไหม

ข้อมูลจากผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ระบุว่า TESS PREDERM มีค่า Tensile Strength หรือแรงดึงสูงกว่าไหม Cog ทั่วไปประมาณ 1.92 เท่า หรือประมาณ 92% จากผลการทดสอบของ TESS R&D ค่ะ

อย่างไรก็ตาม ค่าแรงดึงเป็นข้อมูลด้านคุณสมบัติของเส้นไหม ไม่ได้หมายความว่าผลลัพธ์หลังร้อยไหมจะมากกว่าหรืออยู่ได้นานกว่าในทุกคนนะคะ เพราะผลลัพธ์ยังขึ้นอยู่กับเทคนิค ตำแหน่ง จำนวนไหม และโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคลค่ะ

TESS PREDERM แตกต่างจากไหม PDO ทั่วไปอย่างไร?

ความแตกต่างไม่ได้อยู่เพียงประเภทของวัสดุ แต่รวมถึงรูปแบบการออกแบบเส้นไหมและเงี่ยงค่ะ

โดย TESS PREDERM ใช้เงี่ยงแบบ Bi-Directional ซึ่งออกแบบให้ช่วยยึดเกาะกับเนื้อเยื่อในหลายทิศทาง และนำมาใช้เพื่อเป็นทางเลือกช่วยในการดูแลและจัดวางเนื้อเยื่อ

ดังนั้น การเลือกใช้ PREDERM ไม่ได้พิจารณาจากชนิดของไหมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูร่วมกับ

  • ตำแหน่งที่ต้องการแก้ไข
  • ระดับความหย่อนคล้อย
  • โครงสร้างใบหน้า
  • คุณภาพผิว
  • เป้าหมายของการรักษา
  • เทคนิคการร้อยไหมของแพทย์

ผลลัพธ์หลังร้อยไหมจึงแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และควรให้แพทย์ประเมินก่อนเลือกชนิด จำนวน และตำแหน่งของไหมเสมอค่ะ หากคุณกำลังมองหา คลินิกร้อยไหมชลบุรี หรือ คลินิกร้อยไหมเพชรบุรี สามารถเข้ามาปรึกษาได้ที่ เดอควีนส์ คลินิก (De Queens Clinic) นะคะ

TESS PREDERM เหมาะกับใคร?

PREDERM สามารถนำมาใช้เป็นตัวเลือกในผู้ที่ต้องการดูแลปัญหาความหย่อนคล้อยและปรับรายละเอียดของรูปหน้า โดยแพทย์จะประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล ได้แก่

  • ผู้ที่มีปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อย
  • กรอบหน้าไม่ชัด
  • มีเหนียง
  • ต้องการดูแลกรอบหน้าและ Jawline
  • ต้องการปรับสัดส่วนบริเวณ Mid Face และ Lower Face
  • ผู้ที่มีปัญหาร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก
  • ผู้ที่ต้องการช่วยกระตุ้นคอลลาเจน เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว
  • ต้องการดูแลคุณภาพผิวร่วมกับการดูแลความกระชับ

จุดเด่นของ TESS PREDERM มีอะไรบ้าง?

  1. Bi-Directional Design
    ออกแบบเงี่ยงสองทิศทาง เพื่อช่วยให้เส้นไหมยึดเกาะกับเนื้อเยื่อได้หลายทิศทางค่ะ
  2. PDO ที่สามารถสลายได้
    PREDERM ผลิตจาก PDO ซึ่งเป็นวัสดุที่สามารถสลายได้ตามกระบวนการของร่างกายอย่างเป็นธรรมชาติ
  3. เน้นดูแลและเก็บรายละเอียด
    ออกแบบมาเพื่อใช้ในการดูแลความกระชับและจัดวางเนื้อเยื่อในบริเวณที่ต้องการเน้นเป็นพิเศษ เช่น Mid Face, Lower Face และ Jawline
  4. มีข้อมูลด้านแรงดึงของเส้นไหม
    ข้อมูลจากผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ระบุว่ามีค่า Tensile Strength สูงกว่าไหม Cog ทั่วไปประมาณ 1.92 เท่า จากการทดสอบของ TESS R&D ค่ะ
  5. สามารถนำมาใช้ร่วมกับเทคนิคอื่นได้
    ในบางกรณี แพทย์อาจวางแผนใช้ PREDERM ร่วมกับไหมหรือหัตถการอื่นตามโครงสร้างใบหน้าและเป้าหมายของแต่ละบุคคล

ข้อดีของการร้อยไหม TESS PREDERM

การใช้ PREDERM สามารถแบ่งเป้าหมายการดูแลออกเป็น 2 ด้านหลัก ได้แก่ การดูแลความกระชับ และ การดูแลคุณภาพผิวค่ะ

    ด้านความกระชับ

    • ช่วยดูแลบริเวณที่มีความหย่อนคล้อย
    • ช่วยดูแลกรอบหน้าและบริเวณเหนียง
    • ช่วยเน้นแนว Jawline
    • ช่วยดูแลลักษณะ Mid Face และ Lower Face ตามเป้าหมาย
    • เหมาะกับการดูแลเฉพาะจุดในตำแหน่งที่แพทย์ประเมินว่าเหมาะสม

    ด้านคุณภาพผิว

    การร้อยไหมสามารถกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนบริเวณที่ทำหัตถการได้ จึงอาจนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลคุณภาพผิว เช่น ความเรียบเนียนของผิวค่ะ

    อย่างไรก็ตาม ปัญหาอย่างหลุมสิว รูขุมขนกว้าง หรือผิวแห้งมีสาเหตุแตกต่างกัน จึงควรประเมินเป็นรายบุคคล และไม่ควรคาดหวังว่าการร้อยไหมจะสามารถแก้ปัญหาผิวได้ทุกประเภทนะคะ

    V-Derm คืออะไร?

    V-Derm เป็นไหมละลายชนิด PCL (Polycaprolactone) ที่พัฒนาขึ้นโดยเน้นเรื่องความแข็งแรง ความเหนียว และความทนทานของเส้นไหมค่ะ

    ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่า V-Derm สามารถคงอยู่ในร่างกายได้ประมาณ 3 ปี ขณะที่ PCL รุ่นเดิมที่ข้อมูลผลิตภัณฑ์กล่าวถึงมีระยะเวลาคงอยู่ประมาณ 1.5 ปี

    จุดเด่นของ V-Derm คือการออกแบบเส้นไหมให้มีความเหนียวและทนทานมากขึ้น โดยเน้นการพยุงบริเวณกรอบหน้าและ Jawline ค่ะ

    ทั้งนี้ ระยะเวลาคงอยู่ของเส้นไหมไม่ได้เท่ากับระยะเวลาที่เห็นผลลัพธ์ด้านความกระชับ และผลลัพธ์จริงแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลค่ะ

    V-Derm แตกต่างจาก PCL รุ่นเดิมอย่างไร?

    หัวข้อPCL รุ่นเดิมV-Derm
    วัสดุPCLPCL ที่ได้รับการพัฒนา
    จุดเด่นเน้นความกระชับเน้นความเหนียวและความทนทานของเส้นไหม
    การใช้งานดูแลความกระชับและกรอบหน้าดูแลความกระชับ กรอบหน้า และ Jawline
    ปริมาณไหมขึ้นอยู่กับการประเมินขึ้นอยู่กับการประเมิน
    ระยะเวลาคงอยู่ประมาณ 1.5 ปี*ประมาณ 3 ปี*
    แหล่งผลิตประเทศอิตาลีประเทศอิตาลี*

    *ระยะเวลาคงอยู่และข้อมูลผลิตภัณฑ์ควรอ้างอิงตามเอกสารของผู้ผลิตและการประเมินของแพทย์ เนื่องจากผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคลค่ะ

    V-Derm เหมาะกับใคร?

    V-Derm เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเน้นการดูแลและพยุงเนื้อเยื่อบริเวณใบหน้า โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหา เช่น

    • ผิวหย่อนคล้อย
    • มีริ้วรอยหรือผิวดูย่น
    • มีเหนียง
    • กรอบหน้าไม่ชัด
    • ต้องการเน้น Jawline
    • ต้องการให้รูปหน้าดูสมส่วนขึ้น

    แพทย์จะประเมินระดับความหย่อนคล้อย โครงสร้างใบหน้า และตำแหน่งที่ต้องการแก้ไขก่อนเลือกเทคนิคและจำนวนไหมค่ะ

    จุดเด่นของการร้อยไหม V-Derm

    V-Derm เน้นการช่วยพยุงโครงสร้างบริเวณที่ต้องการดูแลรูปหน้า เช่น

    • ช่วยพยุงผิวที่หย่อนคล้อย
    • ช่วยดูแลกรอบหน้า
    • ช่วยเน้นแนว Jawline
    • ช่วยเก็บบริเวณเหนียง
    • ช่วยดูแลลักษณะรูปหน้าให้ดูสมส่วนขึ้น

    หากคุณกำลังพิจารณา คลินิกเสริมความงามชลบุรี หรือ คลินิกเสริมความงามเพชรบุรี แนะนำให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญประเมินก่อนตัดสินใจค่ะ

    TESS PREDERM VS V-Derm ต่างกันอย่างไร?

    แม้ทั้งสองชนิดจะเป็นไหมละลายที่ใช้สำหรับดูแลความกระชับ แต่มีวัสดุและจุดเด่นของโครงสร้างแตกต่างกัน ดังนี้ค่ะ

    หัวข้อ TESS PREDERM V-Derm
    วัสดุ PDO PCL
    จุดเด่น โครงสร้างเงี่ยง Bi-Directional และการยึดเกาะ ความเหนียวและความทนทานของเส้นไหม
    เป้าหมายหลัก ดูแลความกระชับและเก็บรายละเอียด ช่วยพยุงเนื้อเยื่อ
    บริเวณที่เน้น Mid Face / Lower Face / Jawline กรอบหน้า / Jawline / เหนียง
    การดูแลคุณภาพผิว สามารถใช้เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลคุณภาพผิว เน้นการช่วยพยุง
    การเลือกใช้ ขึ้นอยู่กับปัญหาและโครงสร้างใบหน้า ขึ้นอยู่กับปัญหาและโครงสร้างใบหน้า

    TESS PREDERM และ V-Derm ใช้ร่วมกันได้ไหม?

    ในบางกรณี แพทย์อาจวางแผนใช้ไหมทั้ง 2 ชนิดร่วมกัน เพื่อให้แต่ละชนิดทำหน้าที่แตกต่างกันตามตำแหน่งที่ต้องการดูแลค่ะ โดย

    • ไหม V-Derm จะใช้เพื่อเน้นการช่วยพยุง เหมาะกับการวางแผนบริเวณกรอบหน้า Jawline เหนียง และบริเวณที่มีความหย่อนคล้อย
    • ไหม PREDERM จะใช้เพื่อเน้นแรงยึดเกาะและการเก็บรายละเอียด สามารถกระตุ้นคอลลาเจนได้ ซึ่งสามารถนำมาใช้ในบริเวณ Mid Face, Lower Face และ Jawline ตามการประเมินของแพทย์ รวมถึงใช้เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลคุณภาพผิวค่ะ

    ซึ่งอาจวางแผนการใช้ร่วมกันเพื่อดูแลทั้ง “โครงสร้างใบหน้า และรายละเอียดของรูปหน้า” แต่ไม่จำเป็นว่าทุกคนต้องใช้ไหมทั้ง 2 ชนิดร่วมกันนะคะ

    ทั้งนี้ แพทย์จะเป็นผู้ประเมินว่าแต่ละบุคคลควรใช้ไหมชนิดใด จำนวนเท่าไร และวางในตำแหน่งใดจึงจะเหมาะสมกับโครงสร้างใบหน้าและเป้าหมายที่ต้องการดูแลมากที่สุดค่ะ

    FAQ คำถามที่เกี่ยวข้องกับไหม TESS PREDERM และ V-Derm

    Q. TESS PREDERM เป็นไหมอะไร?

    A. TESS PREDERM เป็นไหมละลายชนิด PDO (Polydioxanone) ที่ออกแบบมาเพื่อดูแลการจัดวางเนื้อเยื่อ โดยมีจุดเด่นด้านโครงสร้างเงี่ยงแบบ Bi-Directional ค่ะ

    Q. V-Derm เป็นไหมอะไร?

    A. V-Derm เป็นไหมละลายชนิด PCL (Polycaprolactone) ที่พัฒนาโดยเน้นความแข็งแรง ความเหนียว และความทนทานของเส้นไหม และเน้นการช่วยพยุงบริเวณกรอบหน้าและ Jawline ค่ะ

    Q. PREDERM กับ V-Derm อันไหนดีกว่ากัน?

    A. ไม่มีชนิดใดที่เหมาะกับทุกคนนะคะ เพราะแต่ละชนิดมีคุณสมบัติและจุดเด่นแตกต่างกัน การเลือกใช้ควรพิจารณาจากระดับความหย่อนคล้อย โครงสร้างใบหน้า และเป้าหมายของแต่ละบุคคลค่ะ

    Q. ร้อยไหม PREDERM อยู่ได้นานแค่ไหน?

    A. โดยปกติสามารถอยู่ได้นาน 1.5 ปี ทั้งนี้ ระยะเวลาคงอยู่ของเส้นไหมขึ้นอยู่กับชนิดของวัสดุ ตำแหน่ง เทคนิค และการตอบสนองของร่างกายของแต่ละท่านค่ะ

    Q. V-Derm อยู่ได้นานแค่ไหน?

    A. โดยทั่วไปสามารถคงอยู่ได้ประมาณ 3 ปี ทั้งนี้ ระยะเวลาคงอยู่ของเส้นไหมขึ้นอยู่กับชนิดของวัสดุ ตำแหน่ง เทคนิค และการตอบสนองของร่างกายของแต่ละบุคคลเช่นกันค่ะ

    สรุป

    TESS PREDERM และ V-Derm เป็นไหมละลายที่มีวัสดุและจุดเด่นแตกต่างกันค่ะ

    PREDERM เป็นไหม PDO ที่ออกแบบเงี่ยงแบบ Bi-Directional โดยเน้นการยึดเกาะ ช่วยดูแลความกระชับ และการเก็บรายละเอียดบริเวณที่ต้องการ ส่วน V-Derm เป็นไหม PCL ที่พัฒนาโดยเน้นความเหนียว ความแข็งแรง และความทนทานของเส้นไหม โดยเน้นการช่วยพยุงบริเวณกรอบหน้าและ Jawline ค่ะ

    การเลือกไหมจึงไม่ควรดูเพียงว่า “รุ่นไหนดีกว่า” แต่ควรดูว่า “ชนิดไหนเหมาะกับปัญหาและโครงสร้างใบหน้าของเรา” มากกว่านะคะ

    ดูแลผิวให้อ่อนเยาว์ ที่ เดอควีนส์ คลินิก (De Queens Clinic)

    หากคุณกำลังพิจารณา คลินิกร้อยไหมชลบุรี หรือ คลินิกร้อยไหมเพชรบุรี เพื่อดูแลปัญหารูปหน้า แนะนำให้แพทย์ประเมินโครงสร้างใบหน้าและสภาพผิวก่อนค่ะ เพื่อเลือกชนิด จำนวน และตำแหน่งของไหมให้เหมาะกับแต่ละบุคคลมากที่สุด

    อยากรู้ว่าปัญหาผิวของคุณเหมาะกับการร้อยไหม Tesslift หรือไม่? สามารถส่งรูปภาพให้คุณหมอประเมินเบื้องต้น หรือเข้ารับคำปรึกษาเพิ่มเติม ได้ที่ De Queens Clinic สาขาชลบุรี และสาขาเพชรบุรีค่ะ

    สอบถามรายละเอียดและนัดหมายผ่าน LINE @dequeensclinic