ยืนหนึ่งเรื่องหน้าเด็ก

English (United Kingdom)English (United Kingdom)
ภาษาไทย (ไทย)ภาษาไทย (ไทย)
English (United Kingdom)English (United Kingdom)

คีลอยด์กวนใจ รักษาอย่างไรดี?

คีลอยด์กวนใจ รักษาอย่างไรดี?

คีลอยด์ เป็นปัญหาผิวหนังที่หลายคนรู้สึกกังวล เนื่องจากอาจทำให้ผิวดูไม่เรียบเนียน และส่งผลต่อความมั่นใจในชีวิตประจำวัน บทความนี้ De Queens Clinic (เดอควีนส์ คลินิก) จะพาไปรู้จักคีลอยด์ให้มากขึ้น ตั้งแต่ลักษณะและสาเหตุของการเกิด ไปจนถึงแนวทางการดูแลและการรักษาที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้สามารถตัดสินใจดูแลผิวได้อย่างเข้าใจมากยิ่งขึ้นค่ะ

คีลอยด์คืออะไร

คีลอยด์ (Keloid) คือแผลเป็นชนิดหนึ่งที่เกิดจากการสร้างเนื้อเยื่อผิวหนังมากกว่าปกติภายหลังการเกิดบาดแผล ไม่ว่าจะเป็นแผลผ่าตัด แผลสิว หรือแผลจากอุบัติเหตุ ลักษณะของคีลอยด์มักเป็นก้อนนูน ผิวตึง มีสีเข้มหรือแตกต่างจากผิวบริเวณรอบข้าง และอาจมีขนาดขยายออกนอกขอบเขตของแผลเดิม ในบางรายอาจมีอาการคันหรือรู้สึกไม่สบายบริเวณแผลร่วมด้วย

คีลอยด์แตกต่างจากแผลเป็นทั่วไป ซึ่งมักมีลักษณะแบนราบและค่อย ๆ คงที่ ไม่ขยายขนาดเพิ่มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปค่ะ

สาเหตุและปัจจัยที่ทำให้เกิดคีลอยด์

คีลอยด์เกิดจากความผิดปกติของกระบวนการซ่อมแซมบาดแผลของร่างกาย ทำให้มีการสร้างเนื้อเยื่อมากกว่าปกติ ส่งผลให้แผลเป็นนูนและขยายเกินขอบเขตของแผลเดิม ปัจจัยที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดคีลอยด์ ได้แก่

  • พันธุกรรม ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเคยเกิดคีลอยด์ มีแนวโน้มที่จะเกิดคีลอยด์ได้มากกว่าคนทั่วไป
  • ความลึกและขนาดของแผล แผลที่มีความลึกหรือมีขนาดกว้าง อาจกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อมากกว่าปกติ ส่งผลให้มีโอกาสเกิดคีลอยด์ได้มากขึ้น
  • ตำแหน่งของแผล คีลอยด์มักพบได้บ่อยในบริเวณที่ผิวหนังมีการเคลื่อนไหวหรือมีแรงตึงสูง เช่น หัวไหล่ หน้าอก และแผ่นหลัง
  • อายุและเชื้อชาติ ผู้ที่มีสีผิวเข้มมีแนวโน้มเกิดคีลอยด์มากกว่าผู้ที่มีผิวขาว และมักพบได้บ่อยในช่วงอายุประมาณ 10–30 ปี

วิธีป้องกันคีลอยด์เบื้องต้น

การป้องกันคีลอยด์สามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่การหลีกเลี่ยงปัจจัยที่อาจกระตุ้นให้เกิดแผล และการดูแลแผลอย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น สำหรับแนวทางเบื้องต้นที่ควรใส่ใจ ได้แก่

  • การดูแลและปิดแผลอย่างเหมาะสม
    เมื่อเกิดบาดแผล ควรทำความสะอาดและปิดแผลให้เรียบร้อย อาจใช้ผ้าพันแผลหรือแผ่นซิลิโคนเพื่อช่วยลดแรงตึงบริเวณแผล ซึ่งอาจช่วยลดโอกาสที่แผลจะขยายตัวผิดปกติ
  • หลีกเลี่ยงแสงแดดในช่วงแผลกำลังฟื้นตัว
    แสงแดดสามารถกระตุ้นการสร้างเม็ดสี ทำให้รอยแผลหรือคีลอยด์มีสีเข้มขึ้น ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดโดยตรง หรือปกปิดบริเวณแผลในช่วงที่ผิวยังไม่ฟื้นตัวสมบูรณ์
  • การใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลแผลที่เหมาะสม
    การใช้ครีมหรือเจลที่มีส่วนผสมของซิลิโคน หรือวิตามินอี อาจช่วยดูแลผิวบริเวณแผลให้ชุ่มชื้น และช่วยลดการระคายเคืองในระหว่างการฟื้นฟูผิว

วิธีรักษาคีลอยด์ที่ได้รับความนิยม


การดูแลและรักษาคีลอยด์สามารถทำได้หลายแนวทาง โดยแพทย์จะพิจารณาวิธีที่เหมาะสมจากขนาด ตำแหน่ง และลักษณะของคีลอยด์ในแต่ละบุคคล แนวทางการรักษาที่มักนำมาใช้ ได้แก่

1. การฉีดยาสเตียรอยด์

เป็นวิธีที่ช่วยลดการอักเสบของเนื้อเยื่อแผลเป็น และช่วยควบคุมการเจริญเติบโตของคีลอยด์ ทำให้เนื้อแผลมีลักษณะนุ่มลง และความนูนค่อยๆ ลดลงเมื่อทำตามแผนการรักษาอย่างต่อเนื่อง

2. การผ่าตัดเอาคีลอยด์ออก

เหมาะสำหรับคีลอยด์ที่มีขนาดใหญ่หรือส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม วิธีนี้ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เนื่องจากมีโอกาสเกิดคีลอยด์ซ้ำ จึงมักใช้ร่วมกับวิธีการรักษาอื่นเพื่อช่วยดูแลผลลัพธ์ในระยะยาว

3. การฉายแสง

เป็นการใช้รังสีในขนาดที่เหมาะสมเพื่อช่วยควบคุมการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อแผลเป็น โดยมักใช้ควบคู่กับการผ่าตัด เพื่อลดโอกาสการเกิดคีลอยด์ซ้ำ

4. การใช้แผ่นซิลิโคน

การติดแผ่นซิลิโคนบริเวณคีลอยด์อย่างสม่ำเสมอ ช่วยลดแรงตึงของผิว และดูแลสภาพผิวบริเวณแผล อาจช่วยให้คีลอยด์ดูนุ่มลงและผิวเรียบขึ้นตามเวลา

5. การรักษาด้วยเลเซอร์

การใช้เลเซอร์หลายชนิด เช่น Fractional CO₂ Laser, Pulsed Dye Laser หรือ Pico Laser มักทำร่วมกับยาและการดูแลอื่น ๆ มากกว่าการใช้เพียงอย่างเดียว เนื่องจากการรักษาแบบผสมผสานช่วยให้การดูแลคีลอยด์เป็นไปอย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น ทั้งนี้ แนวทางที่เหมาะสมควรอยู่ภายใต้การวางแผนของแพทย์ผู้ชำนาญการค่ะ

Pico Laser กับการดูแลคีลอยด์

Pico Laser เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีเลเซอร์ที่ถูกนำมาใช้เป็นทางเลือกในการดูแลคีลอยด์ โดยทำงานผ่านการปล่อยพลังงานแสงในช่วงเวลาที่สั้นมาก เพื่อส่งผลต่อเม็ดสีและโครงสร้างบางส่วนของผิวหนัง ช่วยให้สีของคีลอยด์แลดูจางลง และผิวบริเวณนั้นดูเรียบเนียนขึ้นได้ในบางราย

อย่างไรก็ตาม Pico Laser จะเน้นการดูแลในด้านสีผิวเป็นหลัก จึงมักใช้ร่วมกับวิธีอื่น เช่น การฉีดสเตียรอยด์ หรือแนวทางการรักษาแบบผสมผสาน เพื่อช่วยดูแลลักษณะของคีลอยด์ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในกรณีที่คีลอยด์มีขนาดใหญ่หรือมีความนูนชัดเจน

ก่อนเข้ารับการรักษา แพทย์จะทำการประเมินลักษณะ ขนาด และตำแหน่งของคีลอยด์เป็นรายบุคคล เพื่อเลือกแนวทางการดูแลที่เหมาะสม เนื่องจากคีลอยด์แต่ละรายมีการตอบสนองต่อการรักษาที่แตกต่างกัน การวางแผนร่วมกันกับแพทย์จึงเป็นขั้นตอนสำคัญในการดูแลคีลอยด์อย่างเหมาะสมค่ะ

รักษาคีลอยด์ด้วย Pico Laser มีข้อดีอย่างไร


Pico Laser เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีเลเซอร์ที่ถูกนำมาใช้เป็นทางเลือกในการดูแลคีลอยด์ โดยมีจุดเด่นในหลายด้าน ดังนี้

1. พลังงานเลเซอร์มีความแม่นยำ

พลังงานของ Pico Laser ถูกปล่อยออกมาในช่วงเวลาที่สั้นมาก จึงมุ่งเน้นการทำงานกับบริเวณผิวที่มีปัญหา และลดการกระทบต่อเนื้อเยื่อรอบข้างเมื่อเทียบกับเลเซอร์บางประเภท

2. ช่วยปรับสภาพผิวบริเวณคีลอยด์

Pico Laser อาจช่วยกระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูของผิว ทำให้ผิวบริเวณคีลอยด์ดูเรียบเนียนขึ้นเมื่อทำร่วมกับการดูแลอย่างเหมาะสม

3. ช่วยให้สีของคีลอยด์ดูจางลง

เลเซอร์สามารถส่งผลต่อเม็ดสีใต้ผิว ทำให้คีลอยด์ที่มีสีเข้มดูสม่ำเสมอและกลมกลืนกับผิวรอบข้างมากขึ้นในบางราย

4. ใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

หลังการทำ Pico Laser ส่วนใหญ่สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ โดยอาจมีเพียงอาการแดงหรือระคายเคืองเล็กน้อย ซึ่งมักดีขึ้นได้ในระยะเวลาไม่นาน

ทั้งนี้ การดูแลคีลอยด์ด้วย Pico Laser มักให้ผลดีเมื่อวางแผนการรักษาแบบผสมผสาน และควรอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์ เพื่อเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับลักษณะคีลอยด์ของแต่ละบุคคลค่ะ

การฉีดยาสเตียรอยด์กับการดูแลคีลอยด์

การฉีดยาสเตียรอยด์เป็นหนึ่งในแนวทางที่แพทย์นำมาใช้ในการดูแลคีลอยด์ โดยมีจุดประสงค์เพื่อควบคุมการทำงานของเนื้อเยื่อแผลเป็นที่มีการเจริญเติบโตมากกว่าปกติ วิธีนี้ได้รับความนิยมเนื่องจากสามารถดูแลได้เฉพาะจุด และเหมาะกับคีลอยด์หลากหลายลักษณะ ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ในแต่ละราย

หลักการของการฉีดยาสเตียรอยด์

แพทย์จะฉีดยาสเตียรอยด์เข้าสู่บริเวณคีลอยด์โดยตรง เพื่อช่วยลดกระบวนการอักเสบและชะลอการสร้างเนื้อเยื่อแผลเป็นที่มากเกินไป เมื่อได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องตามแผนการรักษา คีลอยด์มักมีลักษณะนุ่มลง และความนูนอาจค่อยๆ ลดลงตามระยะเวลาค่ะ

การฉีดยาสเตียรอยด์เพื่อรักษาคีลอยด์ ดีอย่างไร

  1. ดูแลได้ตรงจุด ยาสเตียรอยด์ถูกฉีดเข้าสู่บริเวณคีลอยด์โดยตรง จึงช่วยควบคุมการทำงานของเนื้อเยื่อแผลเป็นเฉพาะตำแหน่งนั้น
  2. ช่วยลดการอักเสบของเนื้อเยื่อแผลเป็น สเตียรอยด์มีบทบาทในการลดกระบวนการอักเสบ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้คีลอยด์มีลักษณะนูนและแข็ง
  3. ช่วยชะลอการสร้างเนื้อเยื่อที่มากเกินไป การฉีดยาสเตียรอยด์อาจช่วยควบคุมการเจริญเติบโตของคีลอยด์ ทำให้แผลเป็นค่อยๆ เปลี่ยนลักษณะไปในทิศทางที่ดีขึ้นเมื่อได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง
  4. เหมาะกับการดูแลร่วมกับวิธีอื่น การฉีดยาสเตียรอยด์สามารถใช้ร่วมกับแนวทางอื่น เช่น เลเซอร์ หรือการใช้แผ่นซิลิโคน เพื่อให้การดูแลคีลอยด์เป็นไปอย่างเหมาะสมมากขึ้น
  5. ไม่จำเป็นต้องพักฟื้นนาน หลังการฉีด ผู้รับบริการสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ทั้งนี้ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

ดูแลคีลอยด์ที่ De Queens Clinic

คีลอยด์เป็นปัญหาผิวที่หลายคนพบและอาจสร้างความกังวลใจ เนื่องจากมีลักษณะนูน แข็ง หรือสีเข้มกว่าผิวโดยรอบ ปัจจุบันมีแนวทางการดูแลคีลอยด์หลากหลายวิธี ซึ่งแพทย์จะพิจารณาเลือกให้เหมาะสมกับลักษณะคีลอยด์ สภาพผิว และตำแหน่งของแผลในแต่ละบุคคล

แนวทางการดูแลที่แพทย์อาจนำมาใช้ ได้แก่ Pico Laser, CO2 Laser, การฉีดยาสเตียรอยด์, การใช้เลเซอร์หรือวิธีอื่นๆ ร่วมกันตามดุลยพินิจของแพทย์

หากคุณกำลังมองหา คลินิกรักษาคีลอยด์ชลบุรี หรือ คลินิกรักษาคีลอยด์เพชรบุรี ที่ De Queens Clinic (เดอควีนส์ คลินิก) เราให้บริการดูแลคีลอยด์ด้วยเครื่องมือและแนวทางการรักษาหลากหลายรูปแบบ พร้อมการประเมินและดูแลโดยแพทย์ เพื่อวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสมในแต่ละเคส

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับคีลอยด์ หรือต้องการรับคำแนะนำเบื้องต้น สามารถส่งภาพเพื่อปรึกษาคุณหมอโบว์ แพทย์ประจำคลินิก พร้อมสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือโปรโมชั่นพิเศษ ได้ทาง Line OA @dequeensclinic ทางคลินิกยินดีให้คำแนะนำค่ะ